QR Code คือก้อนข้อมูลที่พิมพ์ออกมา ไม่ใช่ลิงก์ที่ชี้ไปหาข้อมูล แต่คือตัวข้อมูลเอง ที่ถูกจัดเรียงเป็นช่องขาวดำซึ่งกล้องอ่านได้จากทุกมุม
ข้อเท็จจริงข้อเดียวนี้อธิบายทุกอย่างที่เหลือ ทั้งเหตุผลที่มันทำงานได้บนเครื่องบินที่ไม่มีสัญญาณ เหตุผลที่มันฟรี และเหตุผลที่โค้ดซึ่งพิมพ์ไปแล้วเปลี่ยนไม่ได้
ลวดลายไม่ได้สุ่มมา
ทุกส่วนของ QR Code มีหน้าที่ของมัน
| ส่วน | ทำหน้าที่อะไร |
|---|---|
| สี่เหลี่ยมใหญ่สามมุม | บอกกล้องว่าโค้ดอยู่ตรงไหนและหันด้านไหนขึ้น |
| สี่เหลี่ยมเล็กใกล้มุมที่สี่ | ชดเชยมุมเอียงที่คุณถือมือถืออยู่ |
| เส้นประระหว่างมุม | กำหนดระยะห่างของตาราง ให้เครื่องอ่านรู้ว่าแต่ละช่องอยู่ตรงไหน |
| บริเวณรอบสี่เหลี่ยมมุม | เก็บข้อมูลรูปแบบ คือระดับ error correction และรูปแบบมาสก์ |
| ที่เหลือทั้งหมด | ข้อมูลจริงของคุณ พร้อมข้อมูลสำรอง |
| ขอบว่างรอบนอก | บอกว่าโค้ดจบตรงไหน |
มุมที่สี่ไม่มีสี่เหลี่ยมใหญ่โดยตั้งใจ เพราะสามมุมก็พอจะบอกทิศทางแล้ว และการเว้นมุมที่สี่ไว้ทำให้เครื่องอ่านแยกออกเสมอว่าโค้ดหมุนอยู่หรือกลับหัวอยู่
มือถืออ่านยังไง
- หาสี่เหลี่ยมมุมทั้งสามในภาพจากกล้อง
- คำนวณมุมเอียงของโค้ดแล้วแก้เพอร์สเปคทีฟ
- อ่านข้อมูลรูปแบบเพื่อรู้ระดับ error correction
- ถอดมาสก์ออกจากตารางแล้วอ่านช่องข้อมูลตามลำดับ
- ใช้ข้อมูลสำรองซ่อมส่วนที่อ่านไม่ได้
- ถอดรหัสผลลัพธ์แล้วทำตามนั้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนมือถือภายในเสี้ยววินาที โดยไม่ต้องมีการเชื่อมต่อใด ๆ มีแค่ขั้นสุดท้ายคือการเปิดลิงก์ที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต และก็เพราะลิงก์นั้นชี้ไปที่อื่นเท่านั้นเอง
เก็บข้อมูลได้เท่าไหร่
QR Code โตขึ้นเป็นขั้น ๆ เรียกว่าเวอร์ชัน ตั้งแต่ 21 × 21 ช่อง ไปจนถึง 177 × 177 ช่อง เวอร์ชันใหญ่ที่สุดเก็บได้
| ประเภทเนื้อหา | สูงสุด |
|---|---|
| ตัวเลขล้วน | 7,089 ตัว |
| ตัวอักษรและตัวเลข | 4,296 ตัว |
| ข้อความหรือไบต์ใด ๆ | 2,953 ไบต์ |
ในทางปฏิบัติไม่มีใครเข้าใกล้ขีดจำกัดพวกนั้น เพราะโค้ดที่แน่นขนาดนั้นต้องใช้กล้องดีมากและพิมพ์ใหญ่มาก ลิงก์ทั่วไปให้โค้ดราว 25 ถึง 33 ช่อง ซึ่งสแกนได้สบายที่ระยะไม่กี่เซนติเมตร
ข้อแลกเปลี่ยนที่ควรจำคือ ข้อมูลยิ่งเยอะ ช่องยิ่งเยอะ และช่องยิ่งเยอะก็ยิ่งเล็กลงเมื่อพิมพ์ที่ขนาดเท่าเดิม นั่นคือเหตุผลจริง ๆ ที่ลิงก์สั้นสแกนง่ายกว่าลิงก์ยาว
ความเสียหายไม่ทำให้พัง
บางส่วนของลวดลายซ้ำซ้อนโดยตั้งใจ ขึ้นกับระดับที่เลือกตอนสร้าง โค้ดอาจเสียหายได้ตั้งแต่ 7% ถึง 30% แล้วยังถอดรหัสได้ ความซ้ำซ้อนนั้นคือเหตุผลที่คราบกาแฟ รอยยับ หรือโลโก้ตรงกลาง ไม่ทำให้มันหยุดทำงาน
ดูสี่ระดับและวิธีเลือกได้ที่ คู่มือ error correction
มาจากไหน
QR ย่อมาจาก Quick Response ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1994 ที่บริษัท Denso Wave ของญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้อุตสาหกรรมรถยนต์ เพราะบาร์โค้ดธรรมดาเก็บข้อมูลชิ้นส่วนได้ไม่พอ และต้องสแกนแบบเล็งตรงเท่านั้น
Denso Wave ถือสิทธิบัตรอยู่ แต่เลือกที่จะไม่เก็บค่าใช้มาตรฐานนี้ การตัดสินใจนั้นคือเหตุผลที่ QR Code มีอยู่ทุกที่และใช้ได้ฟรี เพราะไม่มีบริษัทไหนที่คุณต้องจ่ายเงินให้ และไม่มีบริการไหนที่จะมาปิดสวิตช์มันได้
static กับ dynamic
ที่อธิบายมาทั้งหมดคือโค้ดแบบ static คือข้อมูลอยู่ในลวดลาย นั่นคือสิ่งที่เครื่องมือของเราสร้าง และเป็นเหตุผลที่โค้ดจากที่นี่ไม่มีวันหมดอายุและใช้ได้แบบออฟไลน์
ส่วนโค้ดแบบ dynamic คือโค้ด static ที่บรรจุลิงก์สั้นบนโดเมนของคนอื่น แล้ว redirect ไปยังที่ที่คุณตั้งไว้ มันเปลี่ยนปลายทางทีหลังได้ แต่ทำได้ตราบใดที่บริการนั้นยังอยู่และยังจ่ายเงินอยู่ เราเทียบข้อดีข้อเสียไว้ใน แก้ไข QR Code หลังพิมพ์แล้วได้ไหม
QR Code ไม่ใช่อะไรบ้าง
- ไม่ใช่ตัวติดตาม ลวดลายเป็นของนิ่ง มันไม่รู้ว่าใครสแกน สิ่งที่ติดตามคุณได้คือหน้าเว็บที่มันเปิด ดู QR Code เก็บข้อมูลเราไหม
- ไม่ได้เข้ารหัส อะไรก็ตามที่อยู่ในโค้ด ใครสแกนก็อ่านได้ QR Wi-Fi คือรหัสผ่านของคุณในรูปแบบรูปภาพ
- ไม่ใช่แอป มันติดตั้งอะไรเองไม่ได้ และรันอะไรเองไม่ได้
- แก้ไขไม่ได้ พิมพ์แล้วคือถาวร
ลองดู
วิธีที่เร็วที่สุดที่จะเข้าใจลวดลายคือดูมันเปลี่ยน เปิด เครื่องมือสร้าง พิมพ์คำสั้น ๆ แล้วดูตารางไปเรื่อย ๆ ขณะพิมพ์เพิ่ม คุณจะเห็นมันกระโดดขึ้นเวอร์ชันใหญ่ขึ้นตอนที่ที่ว่างหมด
