นามบัตรกระดาษมักไปจบชีวิตที่ก้นกระเป๋า QR Code แบบ vCard ที่มุมนามบัตรเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในสิบวินาทีหลังจากคนรับนามบัตรของคุณ สแกนครั้งเดียวข้อมูลก็เข้าไปอยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อของเขา สะกดถูกทุกตัว ก่อนที่นามบัตรจะถูกเก็บเข้ากระเป๋าเสียอีก
vCard คืออะไรกันแน่
vCard คือรูปแบบนามบัตรดิจิทัลที่มือถือทุกเครื่องรู้จักอยู่แล้ว เป็นสิ่งเดียวกับที่เด้งขึ้นมาเวลามีคนแชร์รายชื่อผู้ติดต่อมาให้ พอเข้ารหัสลงใน QR แล้วสแกน มือถือจะเปิดหน้าเพิ่มรายชื่อพร้อมกรอกข้อมูลไว้ให้ อีกฝ่ายแค่ตรวจแล้วกดบันทึก
ไม่มีข้อมูลถูกส่งไปที่ไหนทั้งสิ้น ข้อมูลอยู่ในลวดลายของโค้ดเอง โค้ดจึงทำงานได้แม้ไม่มีสัญญาณ ไม่ต้องมีแอป และไม่ต้องมีบัญชี
ควรใส่ข้อมูลอะไรบ้าง
เครื่องมือของเรารองรับช่องเหล่านี้ และมีแค่ชื่อเท่านั้นที่บังคับ
| ช่อง | ควรใส่ไหม | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ชื่อ-นามสกุล | จำเป็น | คำแรกจะถูกใช้เป็นชื่อต้น |
| เบอร์โทร | เกือบทุกกรณี | ปกติแล้วนี่คือเหตุผลหลักที่ทำ |
| อีเมล | เกือบทุกกรณี | เพิ่มความหนาแน่นของลวดลายไม่มาก |
| บริษัท | ถ้าช่วยให้เขานึกออกว่าคุณคือใคร | ชื่อสั้นดีกว่าชื่อนิติบุคคลเต็มยศ |
| ตำแหน่ง | ไม่บังคับ | ข้ามไปถ้าตำแหน่งเปลี่ยนบ่อย |
| เว็บไซต์ | ไม่บังคับ | โดเมนสั้นแทบไม่กินที่ แต่ URL ยาวกินเยอะ |
| ที่อยู่ | นาน ๆ ครั้ง | ช่องที่กินที่มากที่สุด และมักไม่ใช่สิ่งที่คนต้องการ |
ยิ่งใส่ช่องเยอะ ยิ่งสแกนยาก
นี่คือจุดที่คนมักมองข้าม QR Code จะโตขึ้นเป็นขั้น ๆ ตามปริมาณข้อมูล ยิ่งตัวอักษรเยอะยิ่งมีช่องเยอะ และแต่ละช่องก็เล็กลงเมื่อพิมพ์ที่ขนาดเท่าเดิม ชื่อ เบอร์ อีเมล อยู่บนนามบัตรขนาด 2 ซม. ได้สบาย แต่พอเติมที่อยู่เต็ม ๆ เข้าไป สี่เหลี่ยม 2 ซม. เดิมก็กลายเป็นตารางถี่ยิบที่อ่านยากใต้ไฟสลัว ๆ ในร้านอาหาร
ถ้าอยากได้หลักง่าย ๆ ให้ใส่สิ่งที่คนต้องใช้ติดต่อคุณ และตัดสิ่งที่เขาหาเองได้ออก ที่อยู่อยู่บนเว็บคุณอยู่แล้ว ส่วนเว็บคุณก็แค่บรรทัดสั้น ๆ บรรทัดเดียว
ขนาดบนนามบัตร
พิมพ์โค้ดที่ ขนาดอย่างน้อย 2 × 2 ซม. พร้อมเว้นพื้นที่ว่างรอบด้าน ถ้าข้อมูลของคุณทำให้ลวดลายแน่น ให้ขยับเป็น 2.5 ซม. หรือตัดข้อมูลออกสักช่อง อย่าย่อโค้ดลงเพื่อให้พอดีกับเลย์เอาต์
พื้นที่ว่างนั้นไม่ใช่การตกแต่งที่จะตัดทิ้งก็ได้ เครื่องสแกนต้องการขอบว่างเพื่อหาว่าโค้ดจบตรงไหน และการออกแบบนามบัตรที่ลากเส้นขอบหรือแถบสีมาชิดขอบลวดลาย คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ QR บนนามบัตรสแกนไม่ติด ดูว่าต้องเว้นเท่าไหร่ได้ที่ คู่มือขอบขาวรอบโค้ด
เบอร์โทรและชื่อภาษาไทย
เขียนเบอร์แบบสากล คือ +66 แล้วตามด้วยเบอร์ที่ตัดศูนย์ตัวหน้าออก เบอร์รูปแบบในประเทศอาจบันทึกลงมือถือไทยได้ปกติ แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่กดโทรจากต่างประเทศ ซึ่งก็คือคนที่ QR บนนามบัตรมีไว้เพื่อเขาพอดี
ตัวอักษรไทยในช่องชื่อและบริษัทใช้ได้ปกติ รูปแบบไฟล์รองรับ และมือถือสมัยนี้ก็รองรับ สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือใส่ชื่อภาษาอังกฤษกำกับด้วยถ้าคุณต้องแจกนามบัตรให้คนที่อ่านไทยไม่ออก เพราะรายชื่อที่เขาค้นหาไม่เจอ ก็คือรายชื่อที่เขาจะไม่ได้ใช้อีกเลย
แก้ทีหลังไม่ได้
ข้อมูลถูกฝังลงในลวดลายถาวร เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนบริษัท เปลี่ยนตำแหน่ง แต่ละอย่างแปลว่าต้องสร้างโค้ดใหม่และพิมพ์ใหม่ ก่อนสั่งพิมพ์พันใบ ลองถามตัวเองว่าช่องไหนมีโอกาสเปลี่ยนภายในอายุของนามบัตรกล่องนั้น ถ้าคำตอบคือตำแหน่งงาน ก็ตัดตำแหน่งงานออก
ถ้าสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ คือโค้ดที่แก้ได้ นั่นเป็นเครื่องมือคนละแบบ คือโค้ดที่ชี้ไปหน้าเว็บที่คุณคุมเอง แล้วแก้หน้าเว็บเมื่อไหร่ก็ได้ เราเทียบข้อดีข้อเสียไว้ใน แก้ไข QR Code หลังพิมพ์แล้วได้ไหม
ก่อนส่งโรงพิมพ์
- สแกนด้วย iPhone และ Android ด้วยกล้องที่ติดมากับเครื่อง
- ตรวจว่าทุกช่องลงถูกที่ โดยเฉพาะการแยกชื่อต้นกับนามสกุล
- พิมพ์นามบัตรจริงหนึ่งใบที่ขนาดจริงแล้วสแกนใบนั้น ไม่ใช่สแกนจากจอ
- ถ้านามบัตรจะเคลือบ ให้ตรวจว่าหลังเคลือบแล้วยังสแกนติด
ลำดับขั้นตอนเต็มอยู่ใน เช็กลิสต์ทดสอบก่อนพิมพ์
สร้าง QR Code นามบัตร ทุกอย่างอยู่ในเบราว์เซอร์ของคุณ
