การสร้างโค้ดใช้เวลาสามสิบวินาที แต่การทำให้คนแปลกหน้าที่เดินผ่านสังเกตเห็น เข้าใจ และตัดสินใจว่าคุ้มที่จะหยิบมือถือขึ้นมา นั่นคืองานจริง และเป็นจุดที่ QR โปรโมชันส่วนใหญ่ล้มเหลว

โค้ดที่ไม่มีใครสแกนไม่ใช่ความล้มเหลวทางเทคนิค แต่เป็นความล้มเหลวของการออกแบบ

ตอบสามคำถามนี้ ตามลำดับ

ทุกคนที่สแกนโค้ดได้ตอบสามคำถามนี้ในใจไปแล้ว ถ้าป้ายของคุณไม่ตอบ เขาก็เดินผ่านไป

  1. นี่คืออะไร ในสี่ห้าคำ เห็นแล้วรู้เลย
  2. ฉันจะได้อะไร ต้องเจาะจง ไม่ใช่คลุมเครือ ถ้ามีตัวเลขได้ยิ่งดี
  3. ต้องทำอะไร สแกน ทำให้มันชัด

ป้ายโปรโมชันที่ล้มเหลวส่วนใหญ่ตอบแค่ข้อสาม คำว่า สแกนที่นี่ บอกคนว่าต้องทำอะไรโดยไม่เคยบอกว่าทำไม

อ่อนดีกว่า
สแกนดูข้อมูลเพิ่มเติมสแกนรับส่วนลด 20% ออเดอร์แรก
ติดตามเราได้ที่นี่สแกนดูเมนูพิเศษสัปดาห์นี้
เรียนรู้เพิ่มเติมสแกนเช็กว่าส่งถึงพื้นที่คุณไหม
มีข้อเสนอพิเศษลด 100 บาท สแกนก่อนวันอาทิตย์

ข้อเสนอต้องคุ้มกับความพยายาม

การหยิบมือถือ เปิดกล้อง รอ แล้วกดการแจ้งเตือน กินเวลาราวแปดวินาทีบวกความเก้อเขินเล็ก ๆ ผลตอบแทนต้องชนะสิ่งนั้น

รางวัลที่คลุมเครือแพ้ คำว่า ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่รางวัล คำว่า เพจ Facebook ของเรา ไม่ใช่รางวัล แต่ส่วนลด ของแถม คำตอบของคำถามที่เขามีอยู่แล้ว หรือของที่น่าสนใจจริง คือรางวัล

การกำหนดเส้นตายช่วยได้ ก่อนวันอาทิตย์ ได้ผลดีกว่าไม่มีกรอบเวลาเลย เพราะมันตัดคำว่า เดี๋ยวค่อยทำ ซึ่งแปลว่าไม่ทำเสมอ

ลำดับความสำคัญบนป้าย

ลำดับของขนาดควรเป็น ข้อเสนอ แล้วคำสั่ง แล้วค่อยเป็นโค้ด

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือทำให้ QR เป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุด มันไม่ใช่สาร มันคือประตู โค้ดยักษ์กับตัวหนังสือจิ๋วคือป้ายที่ตะโกนโดยไม่ได้พูดอะไร

เลย์เอาต์ที่ใช้ได้สำหรับโปสเตอร์

  • พาดหัว คือข้อเสนอ ใหญ่พอจะอ่านได้จากจุดที่คนเดินผ่าน
  • บรรทัดสนับสนุนหนึ่งบรรทัด คือเงื่อนไขหรือเส้นตาย
  • ตัวโค้ด ขนาดตามระยะสแกน พร้อมคำสั่งสั้น ๆ อยู่เหนือมันโดยตรง
  • ชื่อหรือโลโก้ของคุณ ตัวเล็ก ที่ด้านล่าง

เว้นที่ว่างรอบโค้ดให้จริงจัง ไม่ใช่แค่ ขอบขาว แต่เว้นให้หายใจได้ เพื่อให้สายตาจับมันเป็นวัตถุชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของเลย์เอาต์ที่รก

ตำแหน่งสำคัญกว่าการออกแบบ

ป้ายที่ออกแบบเยี่ยมแต่วางผิดที่ แพ้ป้ายเรียบ ๆ ที่วางถูกที่

คำถามที่ต้องถามคือ คนคนนี้กำลังยืนนิ่งอยู่ไหม และมือว่างไหม โค้ดใช้ได้ที่ป้ายรถเมล์ ในแถวรอคิว บนโต๊ะ บนสินค้าที่ถืออยู่ในมือ บนผนังลิฟต์ แต่ใช้ไม่ได้ในที่ที่คนกำลังเดิน กำลังขับรถ หรือมือถือของอยู่

โค้ดบนถนนที่รถเยอะไม่ใช่โปรโมชัน แต่เป็นของประดับ ไม่มีใครหยุดกลางทางเท้าเพื่อสแกนโปสเตอร์

ขนาดตามระยะ

หลักที่ใช้ได้จริงคือโค้ดควรกว้างราวหนึ่งในสิบของระยะที่จะสแกน โปสเตอร์ที่อ่านจากหนึ่งเมตรต้อง 10 ซม. กระจกหน้าร้านที่อ่านจากทางเท้าต้อง 15-20 ซม. ตารางเต็มอยู่ใน คู่มือขนาดงานพิมพ์

ป้ายโปรโมชันพังเพราะขนาดมากกว่าเรื่องอื่นทั้งหมด เพราะนักออกแบบกำหนดขนาดโค้ดให้พอดีเลย์เอาต์ แทนที่จะกำหนดตามระยะที่จะอ่าน

ปลายทางสำคัญกว่าตัวโค้ด

การสแกนเป็นครึ่งที่ง่าย ถ้ามันเปิดหน้าที่โหลดช้า เปิด PDF เปิดหน้าล็อกอิน หรือเปิดหน้าแรกของเว็บแทนที่จะเป็นตัวข้อเสนอ คุณก็ใช้ความสนใจของลูกค้าไปแล้วโดยไม่ได้ให้อะไรกลับ

  • ชี้ไปที่ตัวข้อเสนอ ไม่ใช่หน้าแรก
  • ตรวจว่าโหลดไวบนเน็ตมือถือ ไม่ใช่บน Wi-Fi ที่ออฟฟิศ
  • ไม่ต้องล็อกอิน ไม่ต้องติดตั้งแอป ไม่มีป็อปอัปคุกกี้เต็มจอ
  • หน้าปลายทางควรย้ำข้อเสนอในบรรทัดแรก เพื่อให้เขารู้ว่ามาถูกที่แล้ว

สีแบรนด์ ใช้อย่างระวัง

เปลี่ยนสีโค้ดได้ แต่เครื่องสแกนอ่านความสว่าง ไม่ใช่เฉดสี สีแบรนด์สดใสอย่างส้มและเขียวกลางวัดคอนทราสต์ได้ราว 2:1 บนพื้นขาว ซึ่งไม่ผ่าน ให้ใช้สีแบรนด์เฉดเข้มที่สุดทำตัวลวดลาย แล้วเอาสีสดไปไว้ในงานออกแบบรอบ ๆ ดูตัวเลขจริงได้ที่ คู่มือเลือกสี

โลโก้ตรงกลางใส่ได้ที่ราว 20% ของความกว้าง โดยตั้ง error correction ไว้ที่อัตโนมัติ ดู คู่มือใส่โลโก้

แล้วตรวจว่ามันใช้ได้ในที่ที่จะแขวนจริง

พิมพ์หนึ่งใบ เอาไปวางในจุดที่มันจะอยู่จริง แล้วสแกนจากจุดที่คนจะยืน ในแสงที่มันจะอยู่ใต้ ทำซ้ำตอนเย็น ลำดับขั้นตอนอยู่ใน เช็กลิสต์ก่อนพิมพ์

สร้างโค้ดโปรโมชัน เมื่อหน้าปลายทางพร้อมแล้ว